Monthly Archives: ตุลาคม 2017

น้ำผึ้ง ให้ผลน่าทึ่งพร้อมผิวสวย

สูตรที่ 1 เพิ่มความเนียนนุ่มให้กับใบหน้า สูตรนี้เป็นสูตรที่ง่ายมาก ๆ เพราะใช้แค่น้ำผึ้งเพียงอย่างเดียวเท่านั้นค่ะ โดยหลังจากที่สาว ๆ ล้างหน้าจนสะอาดหมดจดและเช็ดให้แห้งแล้ว ให้นำน้ำผึ้งมาทาบาง ๆ ทั่วใบหน้า พร้อมนวดวนไปเรื่อย ๆ ประมาณ 5 นาที จะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น จากนั้นก็พอกทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออก สาว ๆ จะรู้สึกว่าผิวหน้าดูอ่อนเยาว์ และเนียนนุ่มชุ่มชื่นขึ้นค่ะ สูตรที่ 2 เพื่อหน้าใสไร้สิว สาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาสิวอยู่ละก็ ลองพอกหน้าด้วยน้ำผึ้งสูตรนี้เลยค่ะ เพียงใช้น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ผสมกับผงอบเชย 1 ช้อนชา จากนั้นนำมาแต้มบนหัวสิว

เผยผิวกระจ่างใสไร้สิว

สูตรที่ 1 มาสก์ไข่ขาว+มะนาวลดสิว สูตรนี้ช่วยลดสิวและลดความมันบนผิวหน้าได้เป็นอย่างดี เพียงใช้ไข่ขาว 1 ฟอง ผสมด้วยน้ำมะนาว 2 ช้อนชา คนให้เข้ากัน จากนั้นใส่น้ำผึ้ง ½ ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากันอีกครั้ง จากนั้นใช้สำลีชุบส่วนผสมแล้วนำมาทาให้ทั่วใบหน้า โดยเริ่มทาตั้งแต่คางขึ้นไปจนถึงแก้ม และทาวน ๆ บริเวณหน้าผาก เว้นบริเวณปากและดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เมื่อมาสก์แห้ง ให้ล้างออกและนวดวนเบา ๆ ด้วยน้ำอุ่น และล้างด้วยน้ำเย็นอีกครั้งเพื่อปิดรูขุมขน สูตรที่ 2 เพื่อหน้าขาวกระจ่างใส มาสก์ไข่ขาวนอกจากจะช่วยลดเลือนริ้วรอยจากสิวแล้ว ยังช่วยให้ใบหน้าของสาว ๆ ดูขาวกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย เพียงใช้ไข่ขาว 1 ฟอง ผสมกับน้ำส้มสายชู

กู้ผิวแห้งเสียให้กลับมามีชีวิตชีวา

1. มอยส์เจอไรเซอร์ ต้องทาทุกวันห้ามขาด เพราะมอยส์เจอไรเซอร์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้นได้ดีที่สุด และช่วยกักเก็บน้ำในผิวให้อยู่ได้ยาวนาน ซึ่งปัจจุบันมีครีมทาผิวที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์มากมาย ดังนั้นสาว ๆ ต้องซื้อมาไว้ติดโต๊ะเครื่องแป้งอย่าให้ขาดเลยค่ะ แล้วทาทุกวันเช้า-เย็น แนะนำให้ทาหลังอาบน้ำ ขณะที่ผิวยังเปียกหมาด ๆ จะยิ่งทำให้มอยส์เจอไรเซอร์กักเก็บน้ำในผิวได้ดียิ่งขึ้นค่ะ 2. ว่านหางจระเข้ ช่วยได้ ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากว่านหางจระเข้มาให้สาว ๆ ผิวแห้งทั้งหลายได้เลือกใช้โดยเฉพาะ แถมยังช่วยบำรุงผิวได้ตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยทีเดียว เหมาะกับคนที่ผิวแห้งกร้านมาก ๆ ให้บำรุงด้วยผลิตภัณฑ์จากว่านหางจระเข้เป็นประจำ หรือจะนำว่านหางจระเข้สด ๆ มาพอกผิวบ่อย ๆ ก็ได้ค่ะ วิธีนี้จะช่วยทำให้ผิวกลับมาชุ่มชื้นได้เร็ว แถมยังอ่อนโยนและปลอดภัยกับผิวที่บอบบางอีกด้วย   3. สูตรพอกผิวจากธรรมชาติที่ต้องลอง ผิวที่แห้งกร้านต้องการการบำรุงเป็นพิเศษ ดังนั้นในแต่ละสัปดาห์สาว ๆ ควรบำรุงผิวด้วยการพอกผิวอย่างน้อย 1-2 ครั้ง

บำรุงริมฝีปากจากธรรมชาติ

1. สครับริมฝีปาก ด้วยลิปสครับ (Lip Scrub) ขั้นตอนแรกในการบำรุงริมฝีปากให้มีสุขภาพดี ดูขาวอมชมพู และเนียนนุ่มน่าสัมผัสนั้น ก็คือการสครับริมฝีปาก เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้ออกไป เผยผิวเรียบเนียนของริมฝีปาก เพื่อให้พร้อมต่อการบำรุงในขั้นตอนต่อไป ซึ่งสูตรทำลิปสครับนั้นก็มีวิธีทำที่ง่ายมาก ๆ เลยค่ะ เพียงแค่ใช้ส่วนผสมดังนี้ - น้ำตาล 4 ช้อนชา - เกลือ 4 ช้อนชา - น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ - น้ำผึ้ง ¼ ช้อนชา - น้ำมะนาวเล็กน้อย ผสมส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว แล้วเก็บไว้ในตลับที่สะอาด ซึ่งลิปสครับนี้สามารถเก็บไว้ในอุณหภูมิปกติ และยังเก็บไว้ได้นานเป็นเดือนอีกด้วย วิธีใช้ก็แค่เพียงใช้นิ้วแต้มลิปสครับให้ได้ขนาดประมาณเมล็ดถั่วเขียว แล้วนำมาขัดถูริมฝีปากเบา

มะนาวทาแก้ฝ้า

สูตรที่ 1 : น้ำมะนาว สูตรนี้เป็นสูตรที่ทำง่ายมาก ๆ เพียงคั้นน้ำมะนาว แล้วนำไปทาบริเวณที่เป็นฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด สามารถทำได้เป็นประจำทุกวัน ต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือนหรือมากกว่านั้น แม้ขณะทำสาว ๆ อาจรู้สึกแสบ ๆ คัน ๆ บ้าง แต่เชื่อเลยว่าผลลัพธ์ออกมาดีแน่นอน นั่นก็เพราะว่ากรดวิตามินซีจากน้ำมะนาวจะไปช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใส ลดเลือนฝ้าและริ้วรอยจากสิวได้เป็นอย่างดีนั่นเองค่ะ สูตรที่ 2 : น้ำมะนาว + น้ำผึ้ง สูตรนี้เพิ่มน้ำผึ้งมาเป็นวัตถุดิบอีกอย่างหนึ่ง โดยผสมน้ำมะนาวจำนวน 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

หยุดปัญหาผิวหลังโกนขนได้อยู่หมัด

วิธีกำจัดขนคุด ที่ช่วยให้สาว ๆ บอกลาปัญหาผิวหลังการโกนขนไปได้เลย ไม่ว่าจะเป็นขนคุด จุดแดง ผิวอักเสบ ก็สามารถรักษาได้ แค่ทำตามทั้ง 5 วิธีดังต่อไปนี้… สาว ๆ หลายคนที่เคยโกนขนหน้าแข้ง ขนแขน หรือขนรักแร้ ต่างก็คงเคยประสบกับปัญหาเกิดผื่นแดง ตุ่มแดง และขนคุดตามมาอย่างแน่นอนใช่ไหมล่ะคะ นั่นก็เพราะว่า เมื่อขนถูกโกนในตำแหน่งที่ต่ำกว่าปากรูขุมขน เส้นขนก็มีโอกาสที่จะงอกโค้งงอลงไปในรูขุมขน แทนที่จะงอกออกมานอกรูขุมขน ก่อให้เกิดขนคุด และอาจเกิดการอักเสบบริเวณรูขุมขนนั้น ๆ ซึ่งแทนที่โกนขนเสร็จผิวจะเรียบเนียน แต่กลับมีปัญหาเหล่านี้ ทำเอาสาว ๆ กลุ้มใจ เสียเซลฟ์หนักกว่าเดิม แต่สาว ๆ ไม่ต้องเป็นกังวลอีกต่อไปแล้วค่ะ เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีกำจัดขนคุดมาฝากแล้ว เป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ๆ รับรองเลยว่าจะหยุดปัญหาผิวแดง ผิวอักเสบ

ผิวหน้าเนียนสวยเป๊ะด้วย 5 เทคนิคง่าย ๆ

1. ทำความสะอาดผิวหน้าต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง คุณสาว ๆ ห้ามปล่อยให้ผิวหน้าสกปรกเด็ดขาดนะคะ ! การล้างหน้าให้สะอาดเอี่ยม ทุกเช้าและก่อนนอนเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะช่วยขจัดไขมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนให้หลุดออก โดยวิธีทำความสะอาดก็ง่าย ๆ เลยค่ะ เพียงแค่ใช้คลีนซิ่งเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางออกจากใบหน้าเสียก่อน จากนั้นใช้โฟมหรือสบู่ล้างหน้าสูตรอ่อนโยนต่อผิวล้างและนวดสครับให้สิ่งสกปรกหลุดออกจากผิวหน้า ปิดท้ายด้วยการทาครีมบำรุงให้ผิวหน้าเนียนนุ่มและกระชับรูขุมขน หากทำอย่างสม่ำเสมอนอกจากรูขุมขนจะเล็กลงแล้ว ยังช่วยให้ใบหน้าดูเนียนใสขึ้นอีกด้วยค่ะ   2. ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นหรือประคบหน้าด้วยน้ำแข็งกระชับรูขุมขน การใช้น้ำเย็นล้างหน้าในตอนเช้าหลังจากที่ล้างด้วยน้ำอุ่น หรือนำผ้ามาห่อน้ำแข็งแล้วประคบเบา ๆ ที่ผิวหน้าหลังจากล้างหน้าเสร็จ เป็นวิธีปิดรูขุมขนที่ให้ผลลัพธ์เยี่ยม เพราะการที่ผิวถูกความร้อนจากน้ำอุ่นทำให้รูขุมขนขยายกว้างขึ้น ดังนั้นการปิดรูขุมขนหลังล้างหน้าจึงถือเป็นขั้นตอนสำคัญ ที่ช่วยปกป้องผิวหน้าจากเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกอื่น ๆ ที่อาจจะเข้าไปอุดตันรูขุมขนได้ค่ะ   3. ทาครีมกันแดดปกป้องผิวจากรังสียูวีตัวการที่ทำให้รูขุมขนกว้าง แสงแดดที่เต็มไปด้วยรังสียูวีสามารถทะลุทะลวงผ่านชั้นผิวหนังได้ อีกทั้งทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินในร่างกายลดลง ส่งผลให้รูขุมขนขยายตัวกว้างขึ้น ผิวหน้าหมองคล้ำ เกิดริ้วรอยลึกก่อนวัยอันควร ควรปกป้องผิวหน้าจากรังสียูวีด้วยครีมกันแดดที่มี SPF

วิธีลบรอยแผลเป็นนูน

วิธีลบรอยแผลเป็นนูน ด้วยวิธีธรรมชาติ ผิวสวย ปลอดภัย ไร้กังวล แถมยังทำได้เองง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก จะมีวิธีใดบ้างนั้น มาดูวิธีที่กระปุกดอทคอมเอามาฝากกันในวันนี้เลยค่ะ แผลเป็น เกิดจากกระบวนการซ่อมแซมและรักษาบาดแผลที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุ ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลจากการผ่าตัด แผลเจาะหู แผลยุงกัด หรือโรคบางชนิด เช่น สิว อีสุกอีใส โดยร่างกายจะมีการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนมาทดแทนเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายไป ซึ่งเป็นกระบวนการสมานแผลตามธรรมชาติ และเมื่อแผลหายดีแล้ว มักทิ้งรอยแผลเป็นไว้ให้ดูต่างหน้า ทำเอาเสียภาพลักษณ์ และเสียความมั่นใจไปเลยก็มี ยิ่งบางรายที่ผ่านการผ่าตัด หรือมีแผลขนาดใหญ่ ก็อาจทำให้เกิดแผลเป็นนูนขึ้นได้ง่าย ๆ ซึ่งแผลเป็นนูน แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ คือ แผลเป็นที่นูนขึ้นหลังเกิดแผลใหม่ ๆ มีลักษณะนูน แดง

บอกลามือแห้งกร้าน

1. สครับกาแฟ+มินต์ : หอมสดชื่น ปลุกร่างกายให้ตื่น ส่วนผสม - กากกาแฟ 1 ถ้วย - น้ำตาลทรายแดง 1/2 ถ้วย - น้ำมันอัลมอนด์ 1/4-1/2 ถ้วย - น้ำมันหอมระเหยกลิ่นมินต์ 10 หยด - วิตามินอี 1 ช้อนชา (ถ้ามี) วิธีทำ 1. นำส่วนผสมทั้งหมดใส่รวมกันในถ้วยใหญ่ 2. ตักใส่ภาชนะที่ปิดสนิทไม่มีอากาศเข้า 3. เวลาจะใช้ ค่อยตักออกมาทีละนิด แล้วปิดฝาให้สนิทเหมือนเดิม 2. สครับมะนาว+มะพร้าว : มือนุ่มชุ่มชื้น

รักษากระ ทำยังไง

สำหรับกระนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 4 ชนิด ได้แก่ 1. กระแดด เป็นกระที่มักพบได้บ่อย ๆ ลักษณะจะเป็นจุด ๆ สีน้ำตาล ผิวเรียบ เกิดขึ้นได้จากการที่ผิวโดนแสงแดดเป็นเวลานาน ๆ 2. กระตื้น จะเป็นจุดสีน้ำตาลเล็ก ๆ กระจายไปทั่วผิวบริเวณที่เป็นกระ หากโดนแดดจะมีสีเข้มขึ้น หรือถ้าไม่โดนแดดสีก็จะจางลงได้ 3. กระลึก จะเป็นจุดสีน้ำตาลอมเทา คล้าย ๆ ฝ้า มักจะเกิดขึ้นในชั้นใต้ผิวหนังที่บริเวณโหนกแก้ม 4. กระเนื้อ จะเป็นตุ่มนูน ๆ สีน้ำตาล หรือสีดำ มีทั้งผิวขรุขระและผิวเรียบ มักจะขึ้นที่บริเวณใบหน้า ลำคอ และตามลำตัว ทั้งนี้สำหรับคุณสาว ๆ